Speed Reading Technic 2

Speed Reading June 9th, 2008

เทคนิคการอ่านเร็ว***

หาก เป็นหนังสือโรมานซ์ คุณก็คงนั่งอ่านนอนอ่านอย่างเพลิดเพลิน และเผลอๆ อาจฝันว่าตัวเองเป็นนางเอกของเรื่องก็เป็นได้ แต่เมื่อเจอกองเอกสารพะเนินเทินทึกหรือหนังสือวิชาการต่างๆ ก็อาจทำให้คุณหัวหมุนได้ คุณจึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคนิค "Speed Reading" เพราะมันจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการอ่านได้ถึงครึ่งหนึ่งโดยไม่ทำความ เข้าใจผิดพลาด มีเทคนิค 5 ข้อให้คุณฝึกเป็นนักอ่านสมองไวค่ะ
1. วัดระดับความเร็วของตัวเอง คุณอ่านหนังสือได้เร็วมั้ย ลองทดสอบตัวเองดูสิคะ โดยการอ่านบทความหนึ่ง 1 นาทีโดย
ใช้ ความเร็วธรรมดา แล้วนับคำที่คุณอ่านได้จำนวนคำที่คุณอ่าน บอกได้ถึงความเร็วในการอ่านของคุณ และเพื่อการทำความเข้าใจกับบทความ ก็ให้คุณเขียนสิ่งที่คุณเข้าใจในการอ่านออกมา ถ้าคุณเขียนได้มากขึ้นก็จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ลองฝึกฝนบ่อยๆ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
2. ผู้ช่วยตัวสำคัญ บางครั้งตาของคุณก็ไม่ได้จดจ่อกับตัวหนังสือใช่มั้ยจึงต้องอ่านไปมาหลายรอบ และเพื่อป้องกันอาการที่ว่านี้ก็ต้องมีผู้ช่วยตัวสำคัญ นั่นก็คือ การใช้ดินสอลากตัวหนังสือที่กำลังอ่านไปเรื่อยๆ ไล่ไปทีละคำด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอจากซ้ายไปขวา และเมื่อจบบรรทัดก็ให้รีบเร่งบรรทัดใหม่ต่อไป
3. ฝึกความเร็วในการอ่าน หากฝึกอ่านหนังสือด้วยความเร็วสูงจะช่วยฝึกความสามารถในการอ่านได้ดี แม้ว่าจะเข้าใจเพียงเล็กน้อยก็ตาม เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าสมองจะชินกับความเร็วที่อ่าน ผลที่ได้ก็คือ การอ่านในระดับความเร็วธรรมดาที่อ่านแล้วจะทำให้เข้าใจเร็วขึ้น ให้คุณลองฝึกอ่านบทความภายในเวลา 3 นาที และต่อมาก็ใช้เวลาให้น้อยลงเป็น 2 นาที กับบทความเดิม และลดลงเหลือ 1 นาที และให้คุณฝึกบ่อยๆ จนกระทั่งคุณใช้เวลาสั้นๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจบทความอย่างเพอร์เฟ็กต์
4. ฝึกอ่านทำความเข้าใจ การอ่านหนังสือเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่คุณจำเป็น ต้องฝึกฝนด้วยการมองหนังสือปราดเดียวก็เข้าใจ ให้คุณอ่านบทความในหนังสือพิมพ์และปิดหนังสือหนึ่งบรรทัดแล้วเปิดมือขึ้น เพื่อมองปราดเดียวแล้วพยายามเขียนถึงสิ่งที่คุณอ่านออกมา ให้ฝึกจนกระทั่งสายตาของคุณเข้าใจกับข้อความนั้นๆจากนั้นก็เริ่มบรรทัดต่อไป
5. ทำความเข้าใจกับบทความด้วยการมองผ่าน คุณได้ฝึกการอ่านแบบมองปราดเดียวมาแล้ว ดังนั้น คุณก็พร้อมที่จะฝึกขั้นต่อไป ให้คุณอ่านบทความโดยไม่มีผู้ช่วยด้วยการมองอ่านปราดเดียว ในการฝึกก็ให้คุณใช้ดินสอสีขีดบรรทัดในแนวดิ่ง ให้อ่านทั้งกลุ่มคำโดยไม่ต้องอ่านคำต่อคำ ด้วยสายตา ที่ตวัดบรรทัดต่อบรรทัด และให้ฝึกต่อโดยไม่ต้องใช้ดินสอสีขีดเส้นบรรทัดที่อ่านอีก แต่ให้ใช้ความจำ
Tip อ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
การอ่านหนังสือหน้าจอคอมพิวเตอร์มักทำให้สายตาเมื่อยล้า ดังนั้น หากเป็นบทความยาวๆก็ขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้นและใช้เมาส์ช่วยในการอ่าน เปิดจออินเตอร์เน็ตให้แคบลงเพื่อเลี่ยงแสงกะพริบจากโฆษณา ปิดเพลงและนั่งตัวตรงอ่านทำความเข้าใจ

เทคนิคการอ่านเร็ว

Speed Reading June 9th, 2008

ขอพูดสรุปรื่องการอ่านเร็ว (ฉบับย่อ)


ปัญหา

  • อ่านช้า
  • เวลาน้อย
  • หนังสือเยอะ


ข้อเท็จจริง

  • อ่านแบบเด็กๆ อยู่ก็เลยช้า
  • สายตาเร็ว กว่าที่เราคิดไว้มาก
  • ความคิดเร็วกว่าการอ่าน เยอะมาก
  • ความเร็วเฉลี่ยการอ่านของคนทั่วไป (ภาษาอังกฤษ) 250 คำ/นาที
  • ความเร็วสูงสุดในที่มนุษย์อ่านได้มากว่า 20,000 คำ/นาที
  • เมื่อเราอ่าน สายตาจะมีการทำ fixation (หยุดทำความเข้าใจ)ที่แต่ละอักษร/หรือคำ (คือคนปกติจะประมวลผลทีละอักษร/คำ)
  • จริงแล้วขีดความสามารถของสมองทำ fixation ได้มากคำ อาจได้ทีละหลายคำ ทั้งประโยค ทั้งย่อหน้า หรือทั้งหน้า ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน
  • เมื่อตาหยุดทำ fixation จุดสนใจจะอยู่ที่ Fovea เป็นจุดที่ชัดที่สุด ที่ส่งรายละเอียดมากมายไปยังสมอง
  • พื้นที่อยู่รอบ fovea เีรียกว่า peripheral vision เป็นภาพที่สายตา เห็นลางๆ แต่ก็ยังส่งข้อมูลนี้ไปยังสมอง
  • เราไม่จำเป็นต้องอ่านออกเสียง (ในใจ) เพื่อให้เข้าใจ
  • การอ่านได้เร็ว จะเพิ่มขีดความสามารถในการทำความเข้าใจ(comprehension) เนื่องจากมีข้อมูลมากองรวมไว้ในความจำระยะสั้นได้มากที่จะผูกเป็นเรื่องรา ว/ภาพความเข้าใจ


วิธีการแก้ไขการอ่านช้า

  • เพิ่มขนาดของ Fovea และปริมาณคำของการทำ fixation ฝึกง่ายๆ ด้วยการมองทีละหลายๆ คำ เริ่มจาก สอง/สาม หรือทั้งประโยค
  • ใช้ข้อมูลจาก peripheral vision ช่วยในการอ่านแบบกวาด อย่างรวดเร็ว (ให้ fovea อ่านเฉพาะส่วนกลางของคอลัมน์)
  • หัดอ่านไม่ออกเสียงในใจ Subvocalisation หรือ Subsonic ฝึกง่ายๆ ด้วยการนับในใจ "หนึ่ง สอง สาม …สิบ หนึ่ง.." ไปเรื่อยๆ ขณะอ่าน จะทำให้สมองส่วนหนึ่งที่ควบคุมการอ่านออกเสียงไม่ทำงานกับ เนื้อหาที่กำลังอ่านอยู่
  • เมื่อทำได้ ข้อมูลจะไหลเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็วแบบ thought stream ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านอยู่ในขั้นที่มีสมาธิมาก หรือบางเทคนิคจะเรียกวิธีนี้ว่า เป็นการ "สะกดจิต"
ลองทำดูนะครับ และนำไปสอนนักเรียน ลูก หลาน
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคนทั้งประเทศอ่านได้เร็ว (และเข้าใจ) ได้เร็วขึ้นสองเท่า
ประเทศน่าจะพัฒนาเร็วขึ้น กว่านี้อาจมากกว่าสองเท่าก็ได้
เด็กมีความเครียดน้อยอง มีเวลาเล่นมากขึ้น มีเวลาจินตนาการ
ไม่ต้องท่องจำ เมื่อเข้าใจก็สามารถตอบคำถามเหมือนกับที่อาจารย์เข้าใจ

ในกรณีที่ต้องการท่องจำ ให้ใช้ Peg Memory มาช่วย

CrawlTrack: free crawlers and spiders tracking script- SEO script -script gratuit de d�tection des robots


Stats